ลงทุนให้ปลอดภัย เลือกลงทุนกับสมาร์ทฟินน์
ลงทุนอย่างไรให้ปลอดภัย เพราะทุกวันนี้มีการลงทุนหลายแบบที่มีข้อเสนอชักชวนให้ลงทุนโดยบอกว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง หากตัดสินใจลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงกับความผันผวนจากปัจจัยต่าง ๆ อาจทำให้นักลงทุนเจ็บมากหรือเจ็บน้อยก็ขึ้นอยู่กับการป้องกันความเสี่ยงของตัวเอง แล้วนักลงทุนจะลงทุนอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เจ็บตัวมาก
การลงทุนที่ปลอดภัยจะมีระดับความปลอดภัยที่แตกต่างกันออกไป โดยการลงทุนที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นการลงทุนที่ปลอดภัย คือการลงทุนพันธบัตรรัฐบาล เพราะเป็นพันธบัตรที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ เป็นการลงทุนที่ไม่ซับซ้อนเหมือนการลงทุนแบบอื่น และรองลงมาเป็นการฝากเงินในธนาคาร***
ผลตอบแทนของการลงทุน มี 2 ประเภท คือ ดอกเบี้ย และ มูลค่าที่เพิ่มขึ้นของหน่วยลงทุน อย่างเช่น การลงทุนพันธบัตรรัฐบาลผลตอบแทนในปัจจุบัน ดอกเบี้ยอยู่ที่ 2.30%-3% ต่อปี ข้อมูลล่าสุดในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ในส่วนของดอกเบี้ยเงินฝากในปัจจุบัน บัญชีเงินฝากออมทรัพย์เฉลี่ยอยู่ที่ 0.25% (ข้อมูล ณ วันที่ 3 ม.ค. 2566 ธนาคารแห่งประเทศไทย) ในส่วนของดอกเบี้ยของฝากประจำเฉลี่ยอยู่ที่ 1.25% (ข้อมูล ณ วันที่ 3 ม.ค. 2566 ธนาคารแห่งประเทศไทย)
หรือการลงทุนอีกรูปแบบหนี่งคือ หุ้นกู้ หรือ ตราสารหนี้ที่ออกโดยภาคเอกชน เป็นการระดมทุนเพื่อนำไปพัฒนาโครงการต่าง ๆ ของบริษัท เช่น ขยายการลงทุน ซื้ออุปกรณ์ ก่อสร้างโรงงาน ดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ 2-5% นักลงทุนมีสถานะเป็น “เจ้าหนี้” โดยความเสี่ยงนั้นขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือของบริษัทว่ามีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน มีความสามารถในการชำระดอกเบี้ยและเงินต้นหรือไม่
และผลตอบแทนของการลงทุนในส่วนมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของหน่วยลงทุน ยกตัวอย่างเช่น ลงทุนหุ้น กองทุนต่าง ๆ ซึ่งมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงผันผวนของราคาเน้นการลงทุนระยะยาวก็จะไม่เสี่ยง และบริษัทที่มีผลประกอบการดีก็จะได้รับเงินปันผล ซึ่งจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับผลกำไรของบริษัท
สำหรับในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หากอยากเพิ่มมูลค่าของที่ดินหลักทรัพย์ที่ถือครองขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความต้องการตลาด พื้นที่ ความสะดวก การเดินทาง ขนาดของพื้นที่ใช้สอยและวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง เป็นต้น
ทั้งนี้ ความปลอดภัยของเงินลงทุน คือสิ่งที่วัดว่าเงินต้นที่ลงทุนไปจะไม่ลดลงหรือหายไป เช่น พันธบัตรรัฐบาลมีรัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกัน เงินฝากสถาบันการเงินมีกฎหมายคุ้มครองเงินฝากควบคุม ส่วนมูลค่าหุ้นขึ้นกับหลายปัจจัยทั้งผลประกอบการและสถานการณ์รอบด้าน ทำให้หุ้นเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างมีความเสี่ยง ต้องกระจายพอร์ตการลงทุน
ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ไม่เสี่ยง
ในแวดวงของนักลงทุนมักบอกว่าการลงทุนอสังหาริมทรัพย์เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและยังมีความผันผวนที่ค่อนข้างต่ำอีกด้วย เลือกลงทุนขายฝากอสังหาริมทรัพย์กับสมาร์ทฟินน์ได้รับผลตอบแทน 9%-12% ต่อปี เป็นการลงทุนรับซื้อฝากอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน คอนโด ที่ดิน ซึ่งจะได้รับโฉนดเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ความเสี่ยงต่ำ และยังให้ผลตอบแทนมากกว่าเงินเฟ้อ ทางสมาร์ทฟินน์มีทีมผู้เชี่ยวชาญ ให้คำปรึกษาและเอกสารทางกฎหมาย เหมาะมากสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยง ปรับพอร์ตการลงทุนที่ไม่เสี่ยง ต้องการสร้างประสิทธิภาพและเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ดีที่สุด
***ทั้งนี้ รัฐบาลได้ประกาศค้ำประกันเงินฝากแต่ละธนาคารไม่เกินธนาคารละ 1 ล้านบาท มีผลตั้งแต่ 11 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป วงเงินคุ้มครองเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวนเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครองเป็นการทั่วไป พ.ศ.2563